รวมแหล่งคอนเท้นไอเดีย (เพิ่มเติม)

รวมแหล่งคอนเท้นไอเดีย (เพิ่มเติม)
——————————————

ask.com
answerbag.com
answers.com
mahalo(.)com/answers/
aolanswers.com
blurtit.com
fluther.com
justanswer.com
kgbanswers.com
webanswers.com

Categories: General

ตัวอย่างการเขียนไตเติ้ลแบบว่า โดนอย่างแรง (Title Swipes)

ตัวอย่างการเขียนไตเติ้ลแบบว่า โดนอย่างแรง (Title Swipes)
——————————————————————–
เพื่อเป็นตัวอย่างและแนวทางครับ ^^

1. Here is a Method that is Helping [targeted reader] to [insert topic]

Here is a Method that is Helping Overweight People to Lose Weight Fast.

2. Here’s a Quick Way to [insert topic]
Here’s a Quick Way to Lose Weight

3. How [Activity] can lead to [Insert topic]

How Running Daily Can Lead to Fast Weight Loss

4. Let’s get rid of [insert topic] Once and For All

Let’s Get Rid of Unwanted Weight Once and For All

5. Little Known Ways to [insert topic]

Little Known Ways to Lose Weight Fast

6. Now you can have [desire] [insert topic]

Now You Can Have a Slim Body by Losing Weight Fast.

7. [Insert Topic] like [someone famous]
Lose Weight Fast Like Jennifer Hudson

8. Have a [desire related to topic] Build a [desire related to topic] You Can Be Proud
Of

Have a Fantastic Body You Can Be Proud Of

9. How to [insert topic]

How to Lose Weight

10. How to [Insert Topic] In [‪#‎No‬.] Easy Steps
How to Lose Weight in 5 Easy Steps

11. What Everybody Ought to Know About [insert topic]
What Everybody Ought to Know About Losing Weight

12. [Insert topic] Tips You Ought to Know

Weight Loss Tips You Ought to Know

13. #No. [ ] Simple Ways to [Insert topic]
5 Simple Ways to Lose Weight

14. Do You Want to [Insert topic]?

Do You Want to Lose 4 Pounds Every Week?

15. The Secret of [insert topic]
The Secret of Losing Weight Fast!

16. The Truth about [Insert Topic]

The Truth about Losing Weight

17. What [Niche Related Group] Doesn’t/Don’t Want You to Know About [Insert topic]

What Fitness Pros Don’t Want You to Know About Weight Loss

18. Who Else Wants [insert topic]?

Who Else Wants to Lose Weight Fast?

19. [#No.] [Insert topic] Tips That Work Wonders
4 Weight Loss Tips That Work Wonders

20. #No. [ ] Surefire Ways to [Insert topic]
3 Surefire Ways to lose 5 pounds

21. The Quick and Easy Way to [Insert topic]

The Quick and Easy Way to Lose Weight

22. #No. [ ] Mistakes to Avoid When You’re Trying to [Insert Topic]
4 Mistakes to Avoid When You’re Trying to Lose Weight

23. The Secrets of [Insert topics]

The Secrets of Weight Loss

24. 5 Ways / Tips / Reasons [insert topic]

5 Ways / Tips / Reasons to Lose Weight

25. #No. [ ] Ways to [Insert topic] that Work Like Magic

7 Ways to Lose Weight That Work Like Magic

ชุดเล็ก Free Mini Network (แรงได้ไม่ต้องเสียสตางค์)

blogspot.com
wordpress.com
tumblr.com

sites.google.com
pinterest.com
storify.com
message.diigo.com
kazeo.com
youtube.com
vimeo.com

แฉ! ขาย ClickBank โดยไม่ต้องลงทุน (ฉบับคนขยัน)

สำหรับ Clickbank นั้นเป็นอะไรที่ขายยาก(ผมว่า Amazon ก็ยากนะ) พูดถึง PPC นี่ไม่เอาเด้ดขาด
เข็ดขยาดเพราะขาดทุน(ตอนลองครั้งแรกกับ Amazon) ส่วนทำ SEO จะทำไปทำไม เพราะ Landing Page ของ vender ดีที่สุดอยู่แล้ว

ดังนั้นวิธีที่ผมใช้จึงไม่ใช้เงิน ไม่ใช้เว็บ แต่ใช้ความถึก(มีเวลาก็ทำไปเหอะ)

สิ่งที่ท่านจะต้องมี
– คอม (อ๊ะ แน่นอน ก็กำลังอ่านบทควาทอยู่นี่)
– เวลา (โอ้ว ว่างงานมากมาย)
– ความอดทน

โดยปกติที่เราขาย affiliate นั้นจะเป็นการตั้งรับขาย คือ ทำร้านไว้แล้ว คนมาเจอสนใจก็ซื้อ ส่วน PPC เป็นกึ่งรุกกึ่งรับซึ่งมันอาจจะไม่ได้ตรงเป้าหมายซักทีเดียว แต่วิธีที่กำลังจะบอกนี้เป็นการรุกถึงตัวครับ

เด๋วมาพิมพ์ต่อ ร้อนเหลือเกิ้นนนนนนนนนนนน

ผมได้อ่าน ebook เล่มนึง เขาเีขียนบอกถึงการใช้ Google Alert(อันนี้คงไม่พุดถึง เขียนไว้ที่นี่ ) และ Yohoo! Answer ในการหา traffic

ผมก็ลอง Google Alert นะครับ แต่ว่ากลุ่มเป้าหมายมันน้อย รออย่างเดียวไม่ไหว ต้องบุกไปหาคนที่ต้องการ!(ของนะครับ)
ไปเล่น Yahoo Answer ดู ปรากฏว่าขายได้! ถึงไม่มีเวลาทำก้ขายได้อีก โอ้ว (แต่ควรจะมีเวลาทำทุกวันนะครับ ถ้าอยากได้เงินทุกวัน)
เอาล่ะเราไปเริ่มสมัครเมล Yahoo นะครับ ใครมีก็เข้าไปใช้บริการของ Yahoo! Answer ได้เลยครับ

เอาล่ะ ตอนนี้ทุกท่านพร้อมแล้ว จะทำอะไรต่อ?

หาครับ หาอะไร?

เทคนิคผมมีสองวิธีครับ
1) หาสิ้นค้าแล้วไปหาคนซื้อ
2) หาคนซื้อแล้วไปหาสิ้นค้า

งงใช่มั้ยล่ะ ฮ่าๆ

เอาล่ะ มาฟังวิธีแรกกันก่อนนะครับ วิธีแรกเราก้ไปหาสิ้นค้ามาซักอย่างที่จะขายใน Clickbank
เกณฑ์ในการเลือกคือ เลือกสินค้าที่เรามีความรู้บ้างในเรื่องนั้นๆ อันนี้สำคัญมากนะครับ
เพราะว่าเราจะไปใช้บริการ Yahoo! Answer ซึ่งเป็นการไปตอบคำถาม แล้วเราจะทิ้งลิ้งไว้ให้
อย่า! อย่าคิดว่างายนะครับ เพราะผมโดนแบนมาแล้ว 3 ครั้งกว่าจะสำเร็จวิชาไม่โดนแบน

เด๋วมาต่อ  Tongue ใจเย็นครับพี่น้อง ผมจิ้มเอานะเนี่ย  Lips Sealed พิมพ์สัมผัสไม่เป็น(อ่าวเฮ้ย แล้วพิมพ์ได้ถ้าไงนิ้วไม่สัมผัสแป้น)

เอาล่ะครับ ถึงเวลาไปเลือกของ
ล็อกอิ่นเข้าไปที่ ClickBank ครับ ไปที่ Market Place
ติ้งต่างว่าเราจะขายพวก Backlinks นะครับ เอ้า พิมพ์เข้าไป
ออกมาแล้ว

ไอที่ avg / sale เป็น N/A* นี่ปล่อยมันไปเลยครับ
เราไปดูอันที่ขายได้ตังครับ ไม่ต้องเยอะก้ได้ครับ เอาที่มันน่ะจะขายได้
คลิกไปดูครับว่า Landing Page มันยังอยุ่รึเป่า หรือว่าเจ้งไปแล้ว
เข้าไปดูครับว่าถ้าเป็นเรานี่อยากซื้อมั้ย ถ้ามันมีปิดการขายด้วย Gurantee คืนเงินนี่ยิ่งดีครับ
ง่ายต่อการตัดสินใจ

เมื่อได้แล้วก็กด Promote ใส่ Account มาอันนึงครับ เอาโค้ดมาก็จะได้แบบนี้

โค๊ด:

TIP
ในกรณีที่สินค้ามีหลายอย่างก้เลือกเอาที่มันให้ % เยอะแต่ราคาของถูกกว่านะครับ หรือเลือกมาเลยสองสามตัวที่น่าสนใจ

ต่อไปจะพูดถึง Yahoo! Answer ครับ

ปล สำหรับท่านที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษก็อาจจะขายได้นะครับ เพราะเราสามารถเสิร์ชหาคำตอบมาแปะได้ โดย Yahoo เน้นหนักว่า ต้องแปะเว็บที่มาด้วย ฮ่าๆ ได้ครับพี่ นั่นแหละที่เราต้องการ

อันนี้ Account ผม ไม่ได้ขายเป็นอาทิตย์ๆ แล้ว มัวแต่หาเว็บทำลิ้งวีลกับลอง WP ROBOT

มาดูการทำงานกันครับ

จากภาพนะครับ เมื่อเข้ามาเราจะมี 100 คะแนน
ถามเสีย 5 คะแนน ถ้าถามแล้วเลือก ฺBest Answer ในคำถามตัวเอง ก็จะได้คือน 3 คะแนน
ตอบได้ 2 คะแนนครับ ถ้าลบเสีย 2
ล้อกอินได้วันละ 1 คะแนน
โหวต Best Answer ของใครก็ได้ ได้ 1 คะแนน
ถ้าคำตอบเราได้เลือกเป็น Best Answer เราจะได้ 10 คะแนน

เอาคะแนนไปทำไม? เอาไปปั้มเลเวลครับ จะไม่มี pow

เห็นมั้ยครับว่าเลเวล 1 มันรันทด โพสได้วันละ 20
สิ่งที่เราต้องทำเป็นอย่างแรกคือ ปั้มเลเวลครับ

วิธีการก็ง่ายๆ ครับ ตามนี้

1) Search Keyword ที่จะจะไปตอบครับ
2) เลือก Open Question คือคำถามที่ยังไม่มีคำตอบที่ดีที่สุดครับ
3) เลือก No Answer สำหรับปั้มเลเวลครับ ถ้าจะขายของไม่จำเป็น (สมันก่อนไม่มีตัวนี้นะครับ เพิ่งอัพเดทมาประมาณอาทติย์นึง)
4) เลือก Last 7 days (แต่ก่อนตัวนี้ก็ไม่มีเหมือนกัน)

โดยปกติแล้วอายุการตอบจะมีให้ 4 วันเต็มๆ ครับ หลังจากนั้นเราจะไม่สามารถตอบได้แล้ว
วิธีการปั้มเลเวลก็เลือกเรื่องไหนก็ได้ครับที่ไม่มีคนตอบ ตอบให้เกี่ยวข้องจะมั่วก็ไม่มีปัญหา
เลือกคำถามที่ตั้งมาแล้ว 4 Days Ago เท่านั้น ถ้าต้องการเลเวลอัพเร็วนะครับ
เพราะเวลาสิ้นสุดส่วนมากจะเป็น 1 อาทิตย์หรือ 7 วัน
ตั้งแต่วันที่ 5 จะเป็นการโหวตครับ ให้เราคลิกไปที่ account เราเพื่อดูว่าเราตอบอะไรไปบ้าง

เจอคำถามที่่แสดง In Voting… คลิกเข้าไปเลยครับ
แล้วก็โหวตให้ของเราเอง เราก็จะได้อีก 1 คะแนน ถ้าเราไม่ได้รับเลือกเป็น Best Answer
และคนอื่นก็ไม่ได้รับเลือกจากคนถามด้วย เวลาหมดเวลาจะนับคะแนนโหวตครับ
ซึ่งมันก็จะทำให้เราได้เยอะเลย เพราะคำถามที่เราเลือกมาส่วนใหญ่เป็นคำถามที่กำกวมหรือไม่น่าตอบ
เลยไม่มีคนตอบ ฉะนั้น ฺ% Best Answer ของผมจึงเป็นอย่างที่เห็น

หลังจากเริ่มไปสามวันคุณก็จะได้ level 2 แล้วครับ เย้

ต่อไปจะพูดถึงการใช้งานโดยไม่โดนแบนนะครับ

แน่นอนครับว่าหลักการของมันก็ง่ายๆ คือ ตอบและโพสลิ้ง
แต่เชื่อมั้ยครับว่าผมโดนแบนมาสามครั้ง

ครั้งแรก
เลเวล 2 แล้วครับ เป็นคนดีมาตลอด เห็นว่าขายได้ชิ้นนึงเลยคึกครับ ชึ้นเดียว $9 คึกมั้ยล่ะครับ ถ้ารออเมซอนนี่… เป็นที่รู้กัน
ผมเลือกสิ้นค้าพวก Stock ครับ ราคาดีมากคือ เกือบๆ $50 ต่อชิ้น แม่เจ้า แค่สองชิ้นต่อเดือนก็โอแล้ว ถ้าเป็น Adsense รอไปสามเดือนถึงหนึ่งชาติ ว่าแล้วก้ไปหามาครับ แต่ทว่า ผมไม่มีความรู้ด้านนนี้ครับ ไม่รู้จะตอบอะไร จะหาใน google ก็ไม่รู้จะหามาว่ายังไง เลยตอบไปว่า

Try these tools. | I’m not expert in this but these may help. ประมาณนี้

โดนครับ! โดนรายงานครับว่าผิดกฏ สองคำตอบนั้นโดนลบออกไปทันที แถมโดนแบน
ผมได้ร้องเรียนว่าไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเท่าไหร่ก็มีการเข้าใจผิดบ้าง ทำไมถึงโดนแบนเพราะมี Best Answer เยอะแยะ
เขาไม่สนใจนะครับ ผิดกฏคือโดนแบน แล้วเมลล์นั้นก็จะถูกแบนด้วนครับ account นั้นจะไม่สามารถใช้บริการอะไรของ Yahoo ได้อีก

ครั้งที่ 2
หลังจากที่มันโดนแบนไป ผมเซ็งกับมันครับ ผ่านไปสองวันดันมีเงินเข้าอีก $16 อ้าวเฮ้ย ทำต่อดิแบบนี้(เป็นคุณจะทำมั้ยล่ะ ฮ่าๆ)
ผมก็ไปทำต่อครับ สมัครใหม่ level 1 แล้วก็เริ่มบรรเลงเลยครับ ขายอย่างเดียว ทีนี้ มันเป็นขายของอย่างเดียวกัน บางคำถามมันคล้ายๆ กัน ขี้เกียจคิดใหม่เลยก้อบของตัวเองมาแปะ
โดนครับ! โดนแบนอัตโนมัติ เพราะมันมีกฏว่าห้ามก้อบคำตอบคนอื่นมา (อ้าวเฮ้ย ตูตอบเองนะนั่น)
แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจครับว่าเป็นที่ลิ้งรึเปล่า ลองสมัครบัญชีที่สามในเวลาไม่กี่นาทีหลังจากนั้น

ครั้งที่ 3
สมัครอย่างรวดเร็วครับ โพสอย่างลื่นไหลไม่ก้อบคำตอบมา ปรากฏว่าหลังจากโพสคำตอบที่ 6
โดนครับ!  โดนแบนอัตโนมัติพร้อมถูกลบคำตอบทั้งหมด ด้วยความฉลาดด้านการโดนแบน(ฮ่า) วิเคราห์ออกมาได้ว่าเป็นลิ้งที่ซ้ำๆ กัน จึงทำให้ถูกมองว่าเป็น Spam แต่เลเวลสสูงกว่านี้มันไม่จับตาแบบนี้นะครับ

สรุปว่า Level 1 อย่าเพิ่งเปรี้ยว เด๋วโดน Level 99 ตบร่วง(bot)

ฉะนั้น level 1 อยู่แนะนำว่าให้รอ level 2 ก่อน แต่อยากทำเลยก็ได้ครับ มีวิธีอยู่

ในการโพสลิ้งนั้น Link ของ ClickBank โพสไม่ผ่านนะครับ ไม่สามารถโพสได้
ผมเอาไป redirect แต่ก่อนใช้ของ TinyURL ครับ
พอตอนมันอัพเดทใช้ไม่ได้แล้ว ผมเลยทำมาเองเลย(แต่ยังไม่มีเวลาใช้)

ไปที่ www.ideas4gift.info  ครับ

กรอก URL เข้าไปแล้วก็ Shorten Url เราก็จะได้ URL ที่สามารถโพสได้
จกการโดนแบนครั้งที่สามทำให้รู้ว่าถ้า level 1 โพสลิ้งเดียวกัน 6 ลิ้ง จะโดนแบนโดยอัตโนมัติ
ฉะนั้นให้เปลี่ยนลิ้งทุกๆสามโพส (ชัวร์สุด)

ทำเสร็จจะได้แบบนี้ครับ

โค๊ด:

เวลาตอบทำยังไง?
เด๋วมาต่อครับ

ต่อครับ

เวลาโพสคำตอนนั้น หลักสำคัญคือตอบให้ตรงคำถาม
โพสลิ้งไม่ว่า ตอบให้ตรงคำถามแล้วกัน สำหรับท่านที่ ไม่รู้จะตอบอะไร
ก้ให้ก็อบคำถามบางส่วนไปหาใน Google ครับ เอาเฉพาะ Keyword นะครับ ไม่งั้นจะไปเจอกระทู้ที่กำลังจะตอบ
เพราะของเขาแรงครับ PR 9 มีคนเข้าเป็นพันๆ ล้านต่อวัน

ถ้าตอบตรง โดนใจ แก้ปัญหาได้ ถึงแม้ตอบกันเยอะ คนถามก็จะเลือกเราเป็น Best Answer ครับ

หลังจากที่ตอบไปก็โพสลิ้งสิ้นค้าที่เกี่ยวข้องลงไปใน Source

อย่าบอกห้วนๆ ว่าให้ไปดูเพิ่มเติมใน Source นะครับ… โดนแน่!

ควรเขียนบรรยายนิดนึงในเรื่องที่เขากำลังต้องการครับ เช่น

ฺBacklinks Software
http://xxxxxxxxxxxxxxxxxxx.ppp 

หลังจากโพสเสร็จก็ปล่อยไปครับ
จำไว้นิดนึงนะครับว่า คนที่เราไปตอบอาจจะไม่ใช่คนที่มาซื้อของเรา แต่เป็นคนที่มาอ่านในภายหลัง ดังนั้นตอบดีเป็นศรีแก่กระเป๋าครับ เขาจะตามมาดูลิ้งที่เราฝากไว้

หลังจากที่เราขายของได้ หรือเราไปดูสถิติการคลิก เราจะงงครับ เพราะ ClickBank เขาโชวเป็น vender คือชื่อย่อของสิ้นค้า เลยไม่รู้ว่า อันไหนมีคนสนใจเยอะ หรือว่าอันไหนขายได้(เมื่อเราโพสขายไปหลายอย่าง) วิธ๊การที่จะทราบได้ก็ต้องไปใช้บริการอีกเว็บนึงครับ

ไปที่ hxxp://www.nichejunky.com/ ครับ เอา vender ไปหาดู เด๋วมันจะแสดงสิ้นค้านั้นออกมาครับ

จบสำหรับเอาของไปหาคนซื้อ ต่อไปเป็นการไปหาของตามที่คนอยากจะซื้อครับ

เคล็ดลับการขายได้

หลังจาก search ใน Yahoo! Answer ก็พอะรู้แล้วล่ะครับว่า อะไรจะขายได้
จริงๆ แล้วผมใช้วิธีแรกนะครบที่ขายได้ วิธีหลังก็งั้นๆ เพราะว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จำนวนคำถาม

ถ้าคำถามมีน้อย แน่นอนครับว่า คำตอบมีน้อย และที่ๆ จะให้เขาไปหาข้อมูลต่อนั้นก็มีน้อย
สองชิ้นแรกที่ขายได้นี่ Conversion 50% นะครับ คลิกสองทีซื้อเลย คลิกไม่เยอะครับ แต่ซื้อเลย
แต่ถ้าเราไม่มีไอเดียก็ไปหาลูกค้าเลยครับ เลือกได้เลยว่าอันไหนน่าสนใจ แต่จริงๆ ทำกราดไปเลยครับ
เพราะเราจะเห็นว่า เราควรจะขายอะไรเป็นจริงเป็นจัง ลุ่ทางจะออกมาเองครับ

ไปที่ search answer ครับ แล้วใช้ KW ที่เกี่ยวกับต้องการ
สำหรับการใช้ PPC หรือ SEO จะใช้พวก buy, purchase
แต่สำหรับงานนี้ผมไม่ชอบใช้พวกนนี้นะครับ ผมใช้คำว่า need

มาทำความเข้าใจสำหรับคำว่า want กับ need กันหน่อยนะครับ
ถึงแม้ว่ามันจะแปลว่า “ต้องการ” เหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกันนะครับ

คำว่า want คือ อยากได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
คำว่า need คือ ต้องการ ไม่ได้จะขาดใจ(ฮ่าๆ)

ดังนั้นคำว่า need จึงใช้กับสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ครับ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้คำนี้

พิมพ์หาเลยครับ เช่น need software แน่นอน ครับว่า อย่างน้องก้ต้องมหมวดที่เราจะขายไว้ในใจก่อนครับ ไม่งั้นมันกว้างเกินไป
จากนั้นก็เลือกๆ ดูครับว่าคำถามไหนน่าจะหาของมาขาย จากนั้นก็ลองไปหาใน ClickBank ครับ ถ้ามีก็เอาไปที่ www.ideas4gift.info  เปลี่ยนลิ้งซะแล้ว ไปตอบและทิ้งโพสไว้

ย้ำนะครับว่า คำถามไหนน้อย % การขายได้สูงครับ

TIP
แม้คำถามเดียวกัน แต่คนจะเลือกคำตอบที่ใหม่กว่านะครับ เพราะว่ามัน update กว่า ถ้าคิดว่าตอบไปแล้ว มันจะไม่มีคนมาอ่านนะครับ

ในการขายแบบนี้ ช่วงแรกผมลองหาดูที่ Clickbank ดูก่อน ถ้าไม่มีผมไปที่ Amazon ครับ
ถึงผมจะโพสอเมซอนเป็นสิบๆ ลิ้ง ก้ไม่โดนอะไรครับ เพราะมันไม่ซ้ำกัน แต่มันขายไม่ได้

ที่ขายไม่ได้เพราะผมส่งตรงไปยัง Amazon เลยซึ่งมันไม่มี Landing Page เป็นแค่ข้อมูล ไม่มีโฆษณาชวนเชื่อเหมือน Clickbank ผลก็คือได้แต่คลิกครับ สำหรับท่านที่ขายได้ ก็ทำต่อได้เลยครับ โดยการไปเปลี่ยนลิ้งที่ www.ideas4gift.info  แล้วไปโพสทุกๆสามลิ้งครับ

ต่อไปจะว่าด้วยเรื่องตลาดที่ใหญ่ไม่แพ้ Yahoo! Answer แต่ไม่ต้องไปตอบแล้วครับ ไปขายโดยตรง ทำได้ไม่จำกัดระหว่างรอเลเวลอัพจนสามารถโพสได้ไม่จำกัดใน Yahoo! Answer ผมก็มีที่เด็ด (จริงๆ นะ) มาบอกครับ

ครับ ระหว่างที่เรารอโพสวันต่อไป
เราก็อย่าอยู่เฉย มาขยันกันต่อไปกับ Twittter
ใครไม่รู้จักยกมือขึ้นนนนนนนน โอว เพียบเลย (อ้าว คนถามยกทำไม)

แน่นอนนะครับว่าคนเล่น Tweeter มากมายมหาศาล แต่ก็มีคนมา spam เยอะเหมือนกัน
แต่เราแค่เจาะรายคนครับ ไม่ได้ spam พวก spam นี่ใช้โปรแกรมครับ เลยไม่ฉลาดเท่าเรา ฮ่าๆ (สรุปว่าถึกนี่คือฉลาดใช่มั้ยเนี่ย)

ไปกันที่ search.twitter.com ติ๊งต่างว่าจะขายโฮส(ไม่ต้องสนใจลายเซ็นต์ผมนะครับ แค่ทดลองขาย CJ แต่ยังไม่มีเวลา)

หาแบบนี้ครับ

?web host -http -www

?web host = คำที่เรากำลังหา

-http -www = เอาคำที่ขึ้นต้นด้วย http และ www ออก นั่นคือเอาลิ้งโฆษณาออกให้หมด ก็จะเหลือคนอยากซื้อ

แต่ที่นี่เขาจำกัดการโพสไว้ 140 ตัวอักษร ดังนั้นก็ต้องพึ่ง www.ideas4gift.info  เพื่อย่อลิ้งให้มันสั้นลง แล้ว reply ไปพร้อมคำอธิบายนิดหน่อย ขอบอกว่างานนนี้ Click มากกว่า Yahoo! Answer อีกนะครับ ถ้าขาย CJ อาจจะราย อิอิ

จบแล้วครับ ตอนนี้มีความรู้แค่นี้ ตอนหลังมีเวลาจะหามาเพิ่มครับ
ขอตัวไปทำงานประจำก่อน อ&#

เพิ่มเติมครับ สำหรับการใช้เทคนิคนี้ในการโปรโมทเว็บ
ซึ่งการทำอย่างนั้นก็ต้องใช้เว็บเดิมๆ ใช่มั้ยครับ
เชื่อมั้ยครับว่าไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนลิ้ง
แต่รอให้ level 2 ขึ้นไป แล้วโพสติดกันไม่เกิน 3 ครั้ง
หลังจากนั้นก็ไปโพสธรรมดาเรื่องอื่น ใส่ลิ้งบ้างไม่ใส่ลิ้งบ้าง
แล้วค่อยวนมาโพสเรื่องเว็บเราต่อ
แบบนี้ไม่ดดนแบนครับ เพราะ account ปัจจุบันโพสโฆษณาเว็บตัวเองซะส่วนใหญ่
เพราะไม่มีเวลาไปขายของ

ปล ใครจะเปิดบริการลิ้งวีลฟรีขอจองที่นึงนะครับ ฮ่าๆ wanwan019 ไม่เคยได้กับเขาเลย

 

Credit  http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=128687.0;

เปิดโลกเครือข่าย Cisco ตอนรู้จัก VLANและติดตั้ง VLAN บน Switches

เปิดโลกเครือข่าย Cisco ตอนรู้จัก VLANและติดตั้ง VLAN บน Switches

VLAN คืออะไร ?

ข้อดีของการใช้งาน VLAN
ความแตกต่างระหว่าง Switched LAN กับ VLAN
ชนิดของ VLAN
Port-Based VLAN
Mac Address-Based VLAN
IP หรือ Subnet-Based VLAN
Protocol-Based VLAN
Application-Based VLAN
การเชื่อมต่อ VLAN เข้าด้วยกัน
ชนิดของ VLAN ในความหมายของ Cisco
รู้จักกับ Tagged VLAN
VLAN Trunking Protocol(VTP)
สรุปจุดประสงค์หลัก ของ VTP
VTP ADVERTISEMENT
VTP ทำงานได้อย่างไร
VTP SWITCH MODE
VTP Pruning
แนว ทางการจัด VLAN CONFIGURATION
ขั้น ตอนการจัด Configuration Mode
แนว ทางการจัด VTP Configuration
VLAN คืออะไร ?
VLAN (Virtual Area Network) เป็นการจัดแยกการเชื่อมต่อเครือข่ายในรูปแบบที่เรียกว่า โดเมนส์ ซึ่งจุดประสงค์ของการแยกออกเป็นโดเมนส์นี้ ก็เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ต่างโดเมนส์ไม่สามารถสื่อสารกันได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเครือข่าย รวมทั้งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายอีกด้วย
ในหนึ่งเครือข่ายอาจประกอบด้วย Switching Hub หลาย ๆ ตัว และใน Switching Hub หนึ่งตัวอาจประกอบด้วย VLAN หลาย ๆ โดเมนส์ หรือหลาย VLAN ก็เป็นได้ การแบ่ง VLAN จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์แม้จะเชื่อมต่อกันใน Switches Hub เดียวกัน แต่อยู่ต่าง VLAN กัน ไม่สามารถสื่อสารกันได้ รวมทั้งไม่สามารถมองเห็นกันได้ด้วยซ้ำไป (รูปที่ 1)
และที่แน่นอน หนึ่ง VLAN สามารถกระจายไปตาม Switches Hub ต่าง ๆ ได้ เช่นกัน ภายใต้ Switches Hub ของ Cisco 1 ตัว สามารถติดตั้ง VLAN ได้มากถึง 64 VLAN และทั้งระบบสามารถมี VLAN ได้มากถึง 1024 VLAN

img011

ชุด ภายใน Switches เดียว

ข้อดีของการใช้งาน VLAN

*

สามารถ ป้องกันปัญหา Broadcast มิให้ฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งเครือข่าย
*

สามารถ จำกัด Traffic ให้อยู่ ในบริเวณที่สามารถควบคุมได้
*

เพื่อการรักษาความปลอดภัยที่ดี เนื่องจากการแบ่ง VLAN จำให้ผู้ที่อยู่ต่าง VLAN กันจะไม่สามารถมองเห็นกันได้ เมื่อมองเห็นกันไม่ได้ ก็ไม่สามารถโจมตีกันได้
*

สามารถกำหนดขอบเขตการแพร่กระจายข้อมูลเฉพาะกลุ่มได้ (Multicast)
*

สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่าย เนื่องจากสามารถลดปัญหาของ Broadcast จากสาเหตุต่างๆ ลงได้

รูปที่ 2 แสดงลักษณะการแบ่ง VLAN ออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ VLAN แผนกบัญชีและ VLAN แผนกบริหารจัดการ

ความแตกต่างระหว่าง Switched LAN กับ VLAN

*

VLAN ทำงานบน Layer 2 และ 3 ของ OSI Model
*

การเชื่อมต่อกันระหว่าง VLAN สามารถทำได้โดยการใช้เราเตอร์
*

VLAN สามารถควบคุมการเกิด Broadcast บนเครือข่าย ขณะที่ Switches Hub แบบ Layer 2 ไม่สามารถทำได้
*

ผู้ดูแลเครือข่ายเท่านั้น ที่จะเป็นผู้กำหนด การทำงานของ VLAN
*

VLAN สามารถป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลได้ดีกว่าสวิตซ์ทั่วไป

ชนิดของ VLAN

VLAN มีอยู่หลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทของสวิตซ์ ลักษณะของงาน และการจัดคอนฟิกของเครือข่าย โดยสามารถแบ่งออกเป็นแบบต่าง ๆ ดังนี้

Port-Based VLAN

Port-Based VLAN เป็น การจัดแบ่ง VLAN โดยอาศัยพอร์ตและหมายเลขพอร์ตเป็นหลัก โดยเพียงแต่กำหนดว่า ในหนึ่ง Switches Hub มีกี่ VLAN มีชื่ออะไรบ้าง และต้องการให้พอร์ตใด หมายเลขใด เป็นสมาชิกของ VLAN ใดบ้าง

img031

รูปที่ 3 แสดงลักษณะการแบ่ง VLAN โดยอาศัยหมายเลขพอร์ตเป็นหลัก

จากพอร์ตที่ 3 แสดงให้เห็นว่า VLAN 1 ประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์รวมทั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตหมายเลข 1-4 และ VLAN 2 ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตหมายเลข 9-12 ส่วน VLAN 3 ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตหมายเลข 5-8 เป็นต้น ขั้นตอนในการจัดตั้ง Port-Based VLAN สามารถกระทำได้โดยง่าย โดยมีขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้

*

กำหนด VTP Domain ให้เรียบร้อย (สำหรับสวิตซ์ของ Cisco)
*

กำหนดชื่อของ VLAN รวมทั้งเลขหมายของ VLAN
*

กำหนดหมายเลขพอร์ตให้กับ VLAN แต่ละชุดที่ถูกสร้างขึ้น

ข้อเสียของ Port-Based VLAN ได้แก่การที่ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เนื่องจากผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนแปลงคอนฟิกของ VLAN ได้ ก็เพียงแต่ย้ายสายแลนจากหมายเลขพอร์ตหนึ่งไปยังพอร์ตอื่น ๆ ได้ง่าย ดังนั้นการโยกย้าย VLAN ก็เพียงแต่ย้ายสายแลนเท่านั้น

MAC Address-Based VLAN

MAC Address-Based VLAN เป็นการจัดตั้ง VLAN ที่อาศัย MAC Address เป็นหลัก ซึ่งแอดเดรสนี้เป็น แอดเดรสที่มาจากการ์ดแลนของเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง การแบ่ง VLAN ด้วยการอาศัย MAC Address นี้ง่ายต่อการจัดคอนฟิกมาก เนื่องจากท่านไม่ต้องกำหนดเลขหมายของพอร์ต ไม่ต้องสนใจว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านติดตั้งอยู่บนพอร์ตหมายเลขใด และไม่ต้องกลัวว่า จะมีใครย้ายเพื่อเปลี่ยน VLAN เนื่องจาก ไม่ว่าท่านจะย้ายไปอยู่ที่ใด บนสวิตซ์ตัวใด ตราบใดที่กำหนด MAC Address ประจำ VLAN แล้ว ท่านจะเปลี่ยนแปลง VLAN เองได้ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนการ์ดแลนเท่านั้น !! (รูปที่ 4)

img04-21

รูปที่ 4 แสดงลักษณะการเชื่อมต่อ VLAN แบบ MAC Address-Based

ข้อจำกัดของ MAC-Based VLAN

*

พอร์ตที่จะเข้าร่วมใช้งานเป็น MAC-Based VLAN นั้นจะต้องไม่เป็น Static VLAN หมายความว่า จะต้องไม่มีการกำหนดหมายเลขพอร์ตที่ตายตัวให้กับ VLAN ต่าง ๆ
*

MAC Based VLAN ถูกออกแบบมาให้สามารถสนับสนุน 1 ไคลเอนต์ต่อหนึ่งพอร์ต (ทางกายภาพสวิตซ์บางรุ่น ) ขณะที่บางสวิตซ์สามารถสนับสนุนได้หลายยูสเซอร์ต่อ 1 พอร์ต

IP หรือ Subnet-Based VLAN

IP หรือ Subnet-Based VLAN บางครั้งถูกเรียกว่า Layer-3 Based VLAN เป็น VLAN ที่ถูกสร้างขึ้นโดยอาศัยข้อมูลข่าวสารในระดับ Network Layer โดยสวิตซ์จะตรวจสอบข้อมูลไอพีที่ Header ของแพ้กเกจ ปกติ IP หรือ Subnet-based VLAN จะถูกติดตั้งบนสวิตซ์แบบ Layer 3 เท่านั้น ขณะที่ชนิดของ VLAN ที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ทำงานบน Layer-2 Switches

รูปที่ 5 แสดงการใช้ Layer 3 Switches เพื่อสร้าง VLAN จำนวน 3 ชุดขึ้น จะเห็นว่ามีการแบ่ง VLAN ออกเป็นส่วน ๆ โดยใช้ เลขหมายไอพีที่อยู่ต่างเครือข่ายกัน มากำหนด VLAN ที่ต่างกันขึ้น ข้อดีของการจัด VLAN แบบนี้ มีอยู่ 3 แบบ ได้แก่

*

ความยืดหยุ่น เนื่องจากท่านสามารถเปลี่ยนแปลง VLAN โดยการเปลี่ยน IP เท่านั้น ผู้ใช้งานสามารถโยกย้ายเครื่องออกจากพอร์ต ได้โดยไม่ต้องจัดคอนฟิกแอดเดรสของเครือข่ายกันใหม่ให้กับคอมพิวเตอร์แต่ละ เครื่อง เหมาะสำหรับเครือข่ายที่ใช้โปรโตคอล TCP/IP เป็นหลัก
*

ให้การสนับสนุนเราติ้ง โดยสนับสนุนการเชื่อมต่อระหว่าง VLAN ที่ต่างกันได้
*

การจัด คอนฟิกของ VLAN แบบนี้ สามารถเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการที่จะดูแลการทำงานของ VLAN ประเภทนี้ จะถูกกว่า MAC Address-Based มาก

img052

รูปที่ 5 แสดงการจัดตั้ง VLAN แบบ IP Subnet-Based

ข้อเสียของ IP หรือ Subnet-Based VLAN

ข้อเสียมีเพียงประการเดียว ได้แก่ การจัดตั้ง IP Address ที่อาจเกิดความสับสน รวมทั้งปัญหาของสวิตซ์บางรุ่นที่อาจสนับสนุนหลายไอพีแอดเดรสบนพอร์ตเดียวกัน

Protocol-Based VLAN

รูปแบบของ VLAN แบบนี้ จะช่วยให้ท่านสามารถจัดสร้าง VLAN ได้อย่างง่ายดาย อย่างชนิดที่ไม่มีมาก่อน เนื่องจากว่า การกำหนด VLAN อาศัยโปรโตคอลการทำงานในระดับเน็ตเวิร์กซึ่งได้แก่ IP IPX หรือ AppleTalk (รูปที่ 6)

img06

รูปที่ 6 แสดงลักษณะการจัดแบ่ง VLAN แบบ Protocol-Based

Protocol-Based VLAN ถูกนำมาใช้บ่อยในสถานการณ์ที่เครือข่ายประกอบด้วยหลาย Segment หรือติดตั้งสวิตซ์หลาย ๆ ตัว รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ มีการใช้โปรโตคอลที่แตกต่างกัน รวมทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งอาจติดตั้งใช้งานหลายโปรโตคอล เช่น มีการใช้งาน IP กับ NetBIOS ในเครื่องเดียวกัน

ข้อดีของการใช้ Protocol-Based VLAN

ได้แก่ความยืดหยุ่น เนื่องจากว่าท่านสามารถกำหนดว่า จะให้ใครเป็นสมาชิกของ VLAN ใด ก็แล้วแต่ว่าใครใช้โปรโตคอลอะไร การใช้ VLAN แบบนี้มีประโยชน์มาก เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเซิร์ฟเวอร์สามารถติดตั้งไว้ที่ใด หรือสวิตซ์ตัวใดก็ได้ ตราบใดที่ยังเชื่อมต่อกันอยู่ ผู้ที่ใช้โปรโตคอลเดียวกัน จะสามารถสื่อสารถึงกันได้

Application-Based VLAN

ท่านสามารถติดตั้ง VLAN โดยอาศัยลักษณะหรือชนิดของแอพพลิเคชันได้อีกด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สวิตซ์ที่ให้การสนับสนุน การทำงานในลักษณะนี้ไม่ค่อยจะได้เห็นกันบ่อยนัก อีกทั้งมีราคาแพงมาก

จุดประสงค์ของการแยก VLAN โดยอาศัยแอพพลิเคชันนี้ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับแอพพลิเคชันแต่ละตัวที่สามารถใช้แบนด์วิดธ์ได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถแยกประเภทของงานออกได้อย่างชัดเจน Application-Based VLAN จึงมีประโยชน์สำหรับหน่วยงานที่ต้องใช้งานที่จำเพาะเจาะจงเฉพาะผู้ใช้กลุ่ม ต่าง ๆ

img07

รูปที่ 7 แสดงลักษณะของ VLAN ที่อาศัยแอพพลิเคชันที่ต่างกันเป็นหลัก

การเชื่อมต่อ VLAN เข้าด้วยกัน

ไม่เพียงท่านจะสามารถติดตั้ง VLAN ได้ในสวิตซ์ตัวเดียวเท่านั้น แต่ยังสามารถติดตั้ง VLAN ไว้ตามสวิตซ์ต่าง ๆ ได้ และสามารถเชื่อมโยงสวิตซ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน (รูปที่ 8)

img08

รูปที่ 8 แสดงลักษณะการเชื่อมต่อ VLAN ประเภท IP หรือ Subnet-Based ด้วย เราเตอร์

นอกจากนี้ หากท่านต้องการเชื่อมต่อ VLAN ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ให้สามารถมองเห็นกันและสื่อสารกันได้ มีเพียงวิธีเดียวคือการติดตั้งเราเตอร์ เพื่อเชื่อมต่อระหว่าง VLAN เข้าด้วยกัน รูปแบบการเชื่อมต่อ เป็นไปตามรูปที่ 8 ซึ่งเหมาะสำหรับการเชื่อมต่อ VLAN ที่อยู่ต่างสวิตซ์เข้าด้วยกัน แต่ถ้าหากเป็นการเชื่อมต่อ VLAN ต่าง ๆ ที่ติดตั้งอยู่ในสวิตซ์เดียวกัน ท่านสามารถใช้สวิตซ์ตัวเดียว และเชื่อมต่อแบบ Single Edge หรือ One-arm Router ดูรูปที่ 9

img09

รูปที่ 9 แสดงการเชื่อมต่อ VLAN แบบ One-arm หรือ Single Edge Router

ชนิดของ VLAN ในความหมายของ Cisco

เมื่อใดที่มีการติดตั้ง VLAN บนสวิตซ์ในระดับ Access ท่านจะต้องกำหนดว่าจะให้คอมพิวเตอร์ เครื่องใดเป็นสมาชิกของ VLAN วงใดบ้าง สำหรับเครือข่าย Cisco ได้กำหนดความเป็นสมาชิกภาพของ VLAN อยู่ 2 ชนิด ได้แก่ Static VLAN และ Dynamic VLAN

Static VLAN

Static VLANs เป็น VLAN ที่อาศัยการกำหนดหมายเลขของพอร์ตเป็นหลักในการกำหนดว่า จะให้เป็นสมาชิกของ VLAN วงใดบ้าง การกำหนดเช่นนี้ เป็นแบบตายตัว หมายความว่า ท่านจะต้องเป็นสมาชิกของ VLAN วงใดวงหนึ่งที่แน่นอน ตราบใดที่ท่านไม่ได้โยกย้ายสายแลนจากพอร์ตเดิมที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน ติดตั้งอยู่ ให้ไปอยู่ที่พอร์ตอื่น ๆ ที่ได้กำหนดให้เป็น VLAN วงอื่นๆ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ Static VLAN ก็คือ Port-Based VLAN ก็ไม่ผิดไปจากความจริงแต่อย่างใด

Dynamic VLAN

การกำหนดความเป็นสมาชิกภาพของ Dynamic VLAN นั้น อาศัย MAC Address ของการ์ดแลนบนเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ไม่ว่าท่านจะย้าย เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านจากพอร์ตหนึ่งไปสู่พอร์ตใด ๆ ก็ตาม ท่านก็ยังไม่สามารถย้ายความเป็นสมาชิกภาพ ไปจาก VLAN เดิมที่ท่านสังกัดอยู่ ดังนั้น เราอาจกล่าวได้ว่า Dynamic VLAN ก็คือ MAC-Address-Based VLAN นั่นเอง (รูปที่ 10)

img10

รูปที่ 10 แสดงลักษณะการทำงานของ Dynamic VLAN ที่แสดงการใช้ MAC-Address เป็นหลัก

รู้จักกับ Tagged VLAN

img11

รูปที่ 11 จะเห็นว่า มีการเชื่อมต่อ VLAN 1 กับ VLAN 2 ระหว่างสวิตซ์ทั้งสอง

เราลองมาคิดดูว่า หากมีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ที่เป็นสมาชิก VLAN 1 ซึ่งอยู่ในสวิตซ์ ชื่อ Sa ต้องการติดต่อกับคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ใน VLAN 1 เช่นกัน แต่ติดตั้งอยู่ที่ Switches Hub ชื่อ Sb คำถามมีอยู่ว่า คอมพิวเตอร์ที่อยู่ใน VLAN 1 ของ Sa สามารถติดต่อกับคอมพิวเตอร์ ที่อยู่ใน VLAN 1 ของ Sb ได้อย่างไร? คำตอบคือ การใช้ วิธีการผสมผสานกัน ระหว่าง การใช้ VLAN Trunking กับการใช้ VLAN Tagging

Tagging VLAN คืออะไร?

การที่จะให้ Sb ทราบว่า เฟรมข้อมูลที่มาจาก Sa นั้น มาจาก VLAN หมายเลขใด และมีจุดประสงค์ปลายทาง ที่ Sb บน VLAN หมายเลขใดนั้น ต้องอาศัย กรรมวิธีที่เรียกว่า Tagged VLAN โดยกรรมวิธีนี้ เป็นมาตรฐาน ของการสอดแทรก ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมลงไปที่ เฟรมข้อมูล ข้อมูลข่าวสารนี้ ประกอบไปด้วย เลขหมายหรือข้อมูลที่แสดงความเป็นสมาชิกภาพของ VLAN ต่างๆ และต้องการติดต่อกับ VLAN เลขหมายเดียวกัน กระบวนการสอดแทรกข้อมูลนี้ เราเรียกว่า Frame Tagging (รูปที่ 12)

การทำ Frame Tagging นี้เป็นมาตรฐาน ที่เรียกว่า 802.1q ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้งานทั่วไป กับ Switches Hub ยี่ห้ออื่นๆ รวมทั้งใช้ได้กับบางรุ่นของ Cisco อีกด้วย ประโยชน์ของการใช้ Frame Tagging นี้ ก็เพื่อให้สามารถสื่อสารกันระหว่าง VLAN หมายเลขเดียวกัน แต่อยู่ต่าง Switches Hub กัน อย่างไรก็ดี Cisco ก็มีโปรโตคอล ที่มีจุดประสงค์ในทำนองเดียวกับ IEEE 802.1q ซึ่งก็คือ ISL หรือ Inter-switching Link

img12

รูปที่ 12 แสดงลักษณะของการสอดแทรกข่าวสารลงไปบน เฟรมข้อมูลที่เรียกว่า Tagged Frame

ISL คืออะไร?

ISL เป็นโปรโตคอลที่ใช้เพื่อการ Encapsulation เฟรมข้อมูล ของ Cisco จุดประสงค์ก็เพื่อการสื่อสารกัน ระหว่าง VLAN หลายๆวง ที่กระจายไปตาม Switches Hub ต่างๆ โดยอาศัยสายสัญญาณเชื่อมต่อเพียงหนึ่งเดียว

Inter-Switch Link (ISL) Protocol

ISL เป็น Protocol ที่ทำให้ VLAN สามารถสื่อสารกันผ่าน Switching Hub หลายๆตัวได้ โดยใช้วิธีการใส่ Header เพิ่มเติมเข้าไปที่ส่วนหัวของ Frame (รูปที่ 13)

img13

รูปที่ 13 แสดงการเชื่อมต่อระหว่าง VLAN ที่กระจายตาม Switches ต่างๆด้วย ISL Trunk

*

ISL เป็น Protocol ของ Cisco ถูกนำมาใช้งานกับ Fast Ethernet และ Gigabit Ethernet Trunk Link เท่านั้น ซึ่งปัจจุบัน LAN Card จาก Intel และผู้ผลิตอื่นๆ ต่างๆ ให้การสนับสนุน ISL เป็นจำนวนมาก
*

หากท่านไม่ต้องการใช้ ISL Protocol แต่ต้องการสื่อสารระหว่าง VLAN บน Trunk Link ท่านจะต้องใช้ 802.10 Protocol
*

ISL ใช้วิธีการหนีบเอา (Tagging) ข้อมูลข่าวสารของ VLAN เข้าไปที่ Frame ของ Ethernet จากนั้นเดินทางจาก Switching Hub ตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งโดยทาง Trunk Link ระหว่าง Hub

img14

รูปที่ 14 แสดงลักษณะการทำ Encapsulation ให้กับเฟรมข้อมูล โดยวิธี ISL ของ Cisco

*

DA – เป็น 48 BIT MULITICAST DESTINATION ADDRESS
*

Type – เป็นข้อมูลอธิบายชนิดของข้อมูลที่ Encapsulated ไปที่เฟรมมีขนาด 4 BIT หากข้อมูลในช่อง Type นี้เป็น 0000 แสดงว่าเป็นอีเทอร์เนต หากเป็น 0001 แสดงว่าเป็น TOKEN RING และ 0010 = FDDI ส่วน 0011 เป็น ATM (รูปที่ 14)
*

USER – เป็น Descriptor ขนาด 4 BIT อันเป็นส่วนต่อเติมของ Type หรือใช้เพื่อนิยามระดับ PRIORITY ของอีเทอร์เนตประกอบด้วยค่า Binary โดยมี 0 เป็น Priority ต่ำสุด และ 3 เป็น Priority สูงสุด
*

SA – เป็น MAC Address ต้นทางขนาด 48 บิต สำหรับ Catalyst Switch
*

LEN – มีขนาดความยาว 16 บิต ใช้เพื่ออธิบายหรือแสดงขนาดความยาวของเฟรม ไม่รวม DA, Type , User , SA , LEN และ CRC
*

AAAA03 – Header มาตรฐานของ IEEE SNAP 802.2 LLC
*

HSA – 3 ไบต์แรกของ SA (ID.ของผู้ผลิตหรือ ID.ขององค์กร)
*

VLAN – VLAN ID.NO. ขนาด 15 BIT มีเพียง 10 BIT ลงมาที่ใช้เพื่อ 1024 VLAN
*

BPDU – เป็น Descriptor ขนาด 1 bit ใช้เพื่อพิสูจน์แสดงว่า เฟรมเป็น Spanning Tree BPDU หรือไม่ นอกจากนี้การตั้งค่าในช่องนี้ใช้แสดงว่า เฟรม ที่ถูก Encapsulate นี้ เป็น CDP หรือไม่
*

Index – เป็น Descriptor ขนาด 16 บิต ใช้เพื่อแสดง ID.NO. ของพอร์ตที่ส่งข้อมูลปกติจะถูกใช้เพื่อทำ Diagnostic
*

BRES – เป็นช่อง Reserved ขนาด 16 บิต สำหรับใส่ข้อมูลเพิ่มเติม เช่น FDDI Frame FC Fields

การสร้าง Trunk Link ด้วย ISL

*

ท่านสามารถสร้าง Trunk Link ด้วย ISL ระหว่าง CISCO Switches 2 ตัวที่ Support ISL รวมทั้งระหว่าง Switch กับเราเตอร์และสวิตซ์กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งการ์ดแลนที่ให้การสนับ สนุน ISL
*

การทำ Tagging จะเกิดขึ้นหลังจากที่เฟรมข้อมูลได้วิ่งเข้าไปในพอร์ตของสวิตซ์?เรียบร้อย แล้ว จากนั้นเฟรมข้อมูลจะได้รับการ Tagged ด้วยข่าวสาร VLAN แล้ว มันก็จะสามารถวิ่งผ่านเราเตอร์หลาย ๆ ตัวรวมทั้งสวิตซ์โดยไม่ต้อง Tagging ใหม่อีกครั้ง การทำเช่นนี้จะช่วยลดดีเลย์ลงได้ เนื่องจากไม่ต้องถอดและ Tagging หลายครั้ง
*

ท่านจะต้องเข้าใจว่า”จะมีการใส่ข่าวสารของ VLAN เข้าไปที่ เฟรมข้อมูล ก็ต่อเมื่อเฟรมข้อมูลนั้น ต้องถูก Forward ออกไปที่ Trunk Link เท่านั้น แต่หากเป้าหมายปลายทางอยู่ใน Switches Hub เดียวกัน หรือมีเพียง Switches Hub เดียว ก็ไม่ต้องมีการทำ Tagging และข่าวสาร VLAN นี้จะถูกถอด (Decapsulation) ออกไป เมื่อ เฟรมข้อมูลนั้น กำลังจะเดินทางเข้าไปในสายสัญญาณที่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ของ Switches Hub ปลายทาง”
*

ISL เป็นกระบวนการ Tagging ภายนอก ดังนั้นจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลง เฟรมข้อมูล ใด ๆ ทั้งสิ้น โดยจะมีการ Tagging ข้อมูล Header ISL ขนาด 26 ไบต์ และมีการเพิ่มเติม Frame check SEQUENCE (FCS) เพิ่มมาอีก 4 ไบต์ ที่ท้ายสุดของ เฟรมข้อมูล
*

สิ่งที่ต้องตระหนักอีกประการหนึ่งก็คือ ” มีเพียงอุปกรณ์ของ CISCO และ LAN Card ที่สนับสนุน ISL เท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจ เฟรมข้อมูล ที่หนีบหรือ Tagged ด้วย ISL Header ”

ISL Encapsulation

ISL ทำงานที่ OSI Layer 2 ทำงานโดย Encapsulating Ethernet Data Frame ด้วย ISL Header เพิ่มเข้าไปที่ส่วนหัวของ Frame

*

เนื่องจาก ISL เป็นโปรโตคอลที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโปรโตคอลใดๆ ดังนั้นจึงไม่สามารถที่จะนำพาโปรโตคอลในระดับสูงได้
*

Administrator สามารถใช้ ISL เพื่อการเชื่อมต่อสวิตซ์แบบ Redundant Link และทำ Load Balance Traffic ระหว่างการเชื่อมต่อแบบคู่ขนาน โดยใช้ Spanning Tree Protocol
*

ISL ใช้เทคโนโลยี ASIC ดังนั้นเฟรมข้อมูลจะถูก Tagged ด้วยความเร็ว Wire Speed
*

Catalyst 1900 สามารถสนับสนุน 64 VLAN
*

ISL Header มีขนาด 10 บิตสำหรับการพิสูจน์ ความเป็นตัวตนของ VLAN ด้วย ISL ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับการ (พิสูจน์แสดง) จำนวนของ VLAN ได้มากถึง 1024 VLAN
*

แม้ว่า Catalyst 1900 จะสามารถส่งผ่านข่าวสาร VLAN ได้มากถึง 1024 VLAN โดยยอมให้วิ่งผ่าน Trunk Link ก็ตาม แต่มันสนับสนุน Spanning Tree สำหรับ 64 VLAN แรก (1-64 ) (1 Spanning Tree/64 VLAN )
*

Catalyst 1900 มีเพียง 27 พอร์ต ดังนั้นจึงสามารถมี VLAN ต่างๆ ถึง 27 VLAN เท่านั้น แต่มันสามรถผ่าน Traffic ให้กับ VLAN ใดๆ ได้ เนื่องจากมัน Support ทั้ง 10 Field ของ ISL Head
*

ท่านสามารถสร้างและเพิ่ม Port ให้กับ VLAN เกิน 65 แต่มันจะไม่สามารถ Support Spanning Tree ให้กับ VLAN นั้น ๆ ผลก็คืออาจทำให้เกิด Bridge Loop

VLAN Trunking Protocol (VTP) ของ Cisco

VTP เป็นโปรโตคอลของ Cisco ที่มีไว้เพื่อการแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับ VLAN จาก Switches Hub หนึ่ง ไปยัง Switches Hub อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

VTP จะทำให้ Switches Hub ที่ติดตั้ง VLAN ต่าง ๆ ไม่ว่าจะมีกี่ VLAN ก็ตาม จะต้องแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ VLAN จาก Switches Hub นั้น ออกมา ยัง Switches Hub อื่นๆ ที่เชื่อมต่อกัน ด้วยสายแลน การแพร่ข้อมูลข่าวสารนี้ จะเกิดขึ้น เป็นระยะ ๆ เป็นห้วงเวลาที่แน่นอน เมื่อ Switches Hub ผู้รับ ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ VLAN แล้ว ก็จะทำการ Update ข้อมูลเกี่ยวกับ VLAN ของ Switches Hub ต้นทาง การทำเช่นนี้ จะช่วยให้ ผู้ดูแลเครือข่ายได้รับความสะดวก เนื่องจาก หากมีการเปลี่ยนในการจัดคอนฟิกของ VLAN ที่ Switches Hub หนึ่ง ก็จะมีการ Update ข้อมูลของ VLAN ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ให้กับ Switches Hub อื่นๆ ทุกตัวบนเครือข่าย ทำให้ผู้ดูแลเครือข่าย ได้รับความสะดวก คือไม่ต้องไม่ไล่จัดคอนฟิกของ VLAN ให้กับ Switches อื่นๆอีก

สรุปจุดประสงค์หลักของ VTP

VTP เป็น Protocol ที่ใช้เพื่อการแพร่ข้อมูลและจัดให้มีการประสานการทำงาน เกี่ยวกับ Configuration ของ VLAN ให้สามารถแพร่กระจายจาก Switches Hub ตัวหนึ่งไปตาม Switches Hub ต่าง ๆ ที่ต้องเชื่อมกันบนเครือข่ายเดียวกัน แต่การที่จะทำเช่นนี้ ได้ ท่านจะต้องจัดคอนฟิกให้ Switches ตัวนั้น เรียก VTP ออกมาใช้ วิธีการเรียก VTP ออกมาใช้ ท่านจะต้องสร้างชื่อ VTP Domain ด้วยคำสั่ง ที่สามารถจัด คอนฟิกได้บน Switches Hub

VTP จัดเป็น Layer 2 Messaging Protocol ที่ใช้เพื่อดูแลและรักษา VLAN Configuration บน Switch ต่าง ๆ ไม่ว่าจะมีการปรับเพิ่ม/ลดหรือการเปลี่ยนแปลงชื่อใด ๆ ของ VLAN เกิดขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ VTP จะช่วยลดความผิดพลาดของ Configuration ให้น้อยลงมากที่สุดได้ และสามารถป้องกันการมีชื่อ VLAN ซ้ำ หรือชนิดของ VLAN ที่ผิดข้อกำหนดในการทำงาน

VTP ADVERTISEMENT

สวิตซ์ที่อยู่ภายใต้ VTP Management Domain จะสามารถจัดแบ่งข่าวสารเกี่ยวกับ VLAN ได้โดยการใช้ วิธีการที่เรียกว่า VTP Advertisement ซึ่งมีอยู่ 3 แบบ ดังนี้

1. Advertisement Request : เกิดขึ้นเมื่อ Client (ในที่นี้หมายถึง Switches Hub ที่ถูกกำหนดให้เป็น Client) ได้ร้องขอ ข่าวสารเกี่ยวกับ VLAN สำหรับเครือข่ายขณะในขณะนั้นออกมา และ Switches Hub ที่ถูกกำหนดให้เป็น Server จะใช้ VTP เพื่อจัดส่ง Advertisement อันเป็นข่าวสารเกี่ยวกับ VLAN นี้กลับมาที่ Client พร้อมด้วยข้อมูล เช่น Version Field , Code Field , reserved Field, Management Domain Field (ขนาด 32 ไบต์) รวมทั้ง Start value field

2. Summary Advertisement : จะมีการส่ง Advertisement นี้ออกมาทุก 5 นาที (300 วินาที) ไปยัง สวิตซ์ต่าง ๆ ทั้งหมดบนเครือข่าย Summary Advertisement อาจถูกส่งออกมาทันที หาก Topology มีการเปลี่ยนแปลง เช่น สวิตซ์บางตัวหยุดทำงานหรือเพิ่มสวิตซ์เข้าไปที่เครือข่าย

Summary Advertisement frame ประกอบด้วย Version Field , Code Field , Follower Field , Management Domain Name Field , Configuration version Number Field ข่าวสารที่ใช้แสดงตน ของผู้ Update , การประทับเวลา ของผู้ update และข้อมูลที่เข้ารหัสลับแบบ MD5

3. Sub-set Advertisement : ประกอบด้วยข้อมูลข่าวสารที่เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับเครือข่าย รวมทั้ง version ,Code, เลขหมายที่แสดงลำดับการทำงาน Management Domain Name Configuration version No. และ VLAN Information Field

VTP ADVERTISEMENT สามารถประกอบด้วยข้อมูลข่าวสาร ดังนี้

1. 802.10 SAID Values – สำหรับ FDDI Physical Media

2. Configuration Revision number – ตัวเลขยิ่งสูง ข้อมูลก็ยิ่งได้รับการ Update มากขึ้น

3. Emulated LAN names – ใช้สำหรับ ATM LANE

4. Frame Format – ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ Format และ Content ของ Frame

5. Management Domain Name – ชื่อของ VTP Management Domain ถ้าหาก Switch ถูกจัด Configuration ให้มี 1 ชื่อและรับ Frame ที่มีชื่ออื่นเข้ามา ข้อมูลข่าวสารจะถูก ignored

6. MD5 Digest – ใช้เมื่อมีการใช้ Password ไปทั่วตลอดทั้ง Domain กุญแจที่ใช้จะต้อง Match กับกุญแจที่ให้ไว้กับเครื่องปลายทาง

7. Update Identity – ค่าที่แสดงความเป็นตัวตนของ Switch ที่ Forward ค่า Summery ไปที่ Switches อื่นๆ

8. VLAN Configuration – รวมทั้งข้อมูลข่าวสารของ VLAN ซึ่งเป็นที่รู้กันแล้วบนเครือข่าย รวมทั้ง Parameter เฉพาะเจาะจงและค่า MTU ของแต่ละ VLAN ใน VTP Management Domain

9. VLAN Identification – ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ ISL หรือ 802.1Q

*

Advertisement Frame ถูกส่งออกไปที่ Multicast Address ดังนั้นอุปกรณ์ VTP ทุกตัวใน Management DOMAIN เดียวกันสามารถได้รับ Frame และ Frame จะไม่ได้รับการ Forward ภายใต้การควบคุมของ Bridge ตามปกติ
*

VTP Management Domain มีอยู่ 2 แบบ ได้แก่
*

Server Originating Advertisement
*

Request advertisement จาก client ที่ต้องการข้อมูลข่าวสารของ VLAN เมื่อตอนที่ Client Boot up ระบบขึ้นมา
*

แต่ละ Advertisement จะมี Revision No. เป็นส่วนสำคัญที่สุด เมื่อใดที่ VTP Database ถูก Modified ก็จะมีการเพิ่มค่า Revision No. เป็น 1 จากนั้น VTP Server จะ Advertise ข่าวสารนั้นจากฐานข้อมูลไปสู่ Switch ตัวอื่น ๆ

เมื่อ VTP Switch ได้รับ Advertisement ที่มี Revision No. สูงค่ากว่าในปัจจุบันก็จะมีการนำมา Update ที่ฐานข้อมูลปัจจุบัน ซึ่งอยู่ใน NVRAM

*

ทุกครั้งที่ Server ส่ง Update Advertisement ออกมา มันจะเพิ่มค่า Revision No. 1 เลขหมาย หาก Client Switch ได้รับ 2 Advertisement พร้อมกัน มันรู้ว่าจะเลือกอันใด โดยดูจาก Revision No. ที่สูงกว่า

VTP ทำงานได้อย่างไร

การทำ Advertisement ของ VTP เป็นการส่ง Advertisement แบบท่วมมันออกมาข้างนอกบนเครือข่ายในทุก ๆ 5 นาที หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง Configuration ของ VLAN เกิดขึ้น

VTP Advertisement จะถูกส่งออกมาบน default VLAN1 ( จากผู้ผลิต) โดยการใช้ Multicast Frame สิ่งอยู่ภายใน VTP Advertisement จะครอบคลุม Configuration Revision No. ตัวเลข Configuration Revision No. หมายถึง เป็น VLAN Information ที่ Update กว่าข้อมูลในปัจจุบัน

หากท่านใช้คำสั่งเรียกดู ข้อมูลเกี่ยวกับ VTP บน Switches ท่านจะเห็นได้โดยใช้คำสั่งดังนี้

cmd

คำสั่ง Switch# sh vtp

VTP Version : 1

Configuration revision : 53

Maximum VLANs supported locally : 1005

Number of existing VLANs : 5

VTP domain name : Wildcats

VTP password :

VTP operating mode : server

VTP pruning mode : Disabled

VTP traps generation : Enabled

Configuration last modified by : 172.16.100.8 at 00-00-0000 00:00:00

VTP SWITCH MODE

Cisco มี 3 Switch Mode ที่ใช้เพื่อการจัด Configured ให้กับสวิตซ์เพื่อให้มีส่วนร่วมในการทำงานบน VTP DOMAIN ได้แก่

*

Client Mode
*

Server Mode
*

Transparent Mode

Client Mode

Client Mode จะทำให้สวิตซ์สามารถมีฟังก์ชันเดียวกับ Server Mode ยกเว้น แต่ว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนแปลง VLAN INFORMATION ใด ๆ

Switch ที่ทำงานเป็น Client Mode ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง VLAN Information ใด ๆ ไม่สามารถ Modify ,Create , Delete VLAN บน Client Switch ใด ๆ แต่เมื่อใดที่มันได้รับ Advertisement จากสวิตซ์ที่ทำงานใน Server Mode มันสามารถ Advertisement VLAN Configuration ของมัน รวมทั้งการทำ Synchronize VALN Information ไปที่ Switch อื่น ๆ บนเครือข่าย เมื่อใดที่ Restart แล้วค่า Global VLAN Info. จะหายไป

Server Mode

Server Mode จะถูกจัด Configured โดย Default สามารถให้ Create , Modify และ Delete VLAN เพื่อที่จะบริหารจัดการ Domain เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง Configuration ก็จะมีการส่งไปที่สมาชิกอื่น ๆ ใน VTP Domain ใน 1 เครือข่ายอาจมีสวิตซ์มากกว่า 1 ตัว ที่สามารถถูกจัด Configured ให้เป็น Server Mode เพื่อผลแห่ง Redundant

เมื่อใดที่ Restart Server แล้วค่า Configuration อันเป็น Global VLAN Information จะยังคงถูกรักษาไว้

Transparent Mode

Transparent Mode ทำให้ VTP Switch ที่ถูก Configured เป็น Mode นี้ ไม่ต้องรับ VTP Information ที่เข้ามาเพื่อ Update มัน แต่จะส่งผ่านต่อไปยังสวิตซ์ตัวอื่น ๆ ภายใน VTP Domain แม้ว่า Switch ใน Transparent Mode จะสามารถวิ่ง VTP Information รวมทั้ง Advertisement ไปยัง Switch อื่น ๆ แต่มันจะไม่สามารถ Update ฐานข้อมูลตัวมันเอง รวมทั้งส่งออกข่าวสารเกี่ยวกับ Topology ที่เปลี่ยนไป

Mode นี้ : สวิตซ์ทำหน้าที่ส่งผ่าน Information เฉย ๆ ไม่มี VTP Function ไม่มีการส่ง Advertisement ไม่มี Synchronization

แต่ VTP Version 2 อนุญาติให้ Transparent Mode สามารถ Forward Advertisement ที่มันได้รับไปยัง Switch ที่ได้ถูกจัด Configured Trunk Port

Cisco ได้กำหนดไว้เป็นค่า Default ว่า ตัว Switches Hub ตัวแรกที่ติดตั้ง VLAN จะต้องทำงานในฐานะของ Server Mode ซึ่งหาก Switches Hub ใดทำงานเป็น Server Mode ตัว Switches Hub นั้น จะต้องรับผิดชอบในการแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับ คอนฟิกของ VLAN ออกมา

table1

ตารางที่ 1 แสดงขีดความสามารถของ Mode ต่างๆ ของ VTP Modes
Server Mode

Client Mode

Transparent Mode

Sends/forward VTP advertisements.

Sends/forwards VTP Advertisements.

ส่งผ่าน VTP advertisements.

ประสานการทำงานกับVLAN

ประสานการทำงานกับ VLAN

ไม่ประสานการทำงานกับ VLAN

ค่าคอนฟิกของ VLAN เก็บไว้ใน NVRAM.

ค่า คอนฟิกของ VLAN ไม่ถูกเก็บไว้ใน NVRAM.

ค่าคอนฟิกของ VLAN จะถูกเก็บไว้ใน NVRAM

Catalyst switch สามารถสร้าง VLANs.

Catalyst switch ไม่สามารถสร้าง VLANs.

Catalyst switch สามารถสร้าง VLANs.

Catalyst switch สามารถแก้ไขข้อมูล VLANs.

Catalyst switch ไม่สามารถแก้ไขข้อมูล VLANs.

Catalyst switch แก้ไขข้อมูล VLAN

Catalyst switch สามารถลบVLANs.

Catalyst switch ไม่สามารถลบVLANs.

Catalyst switch สามารถลบ VLANs.

เมื่อใดที่มีการจัดตั้ง VTP บนสวิตซ์ท่านควรเลือก Mode ที่เหมาะสม เนื่องจาก VTP สามารถเขียนทับ VLAN Configuration ลงบนสวิตซ์บางตัวและสร้างปัญหาให้กับเครือข่ายได้

แนวทางการเลือก Mode

*

Server Mode : ควรใช้กับสวิตซ์ที่ท่านจะใช้สร้าง, เปลี่ยนหรือลบ VLAN โดยเครื่องเซิร์ฟเวอร์จะส่งผ่านข่าวสารนี้ไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ตัวอื่น ๆ ที่ถูกจัด Configured เป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือ เครื่องไคลเอนต์
*

Client Mode : ควรใช้กับสวิตซ์ที่จะถูกนำมาเพิ่มเข้ามาเป็นเครือข่ายหรือเข้ามาเป็น VTP Domain ด้วยกันเพื่อป้องกันการถูกเขียนทับ
*

Transparent Mode: ใช้กับสวิตซ์ที่เราต้องการจะส่งผ่าน Advertisement (VTP) ไปยังสวิตซ์อื่น ๆ แต่ก็ยังต้องการคงไว้ซึ่งขีดความสามารถที่จะบริหารจัดการ VLAN ได้อย่างอิสระ

VTP Pruning

VLAN VTP PRUNING ถูกใช้เพื่อการเพิ่มแบนด์วิดธ์ให้กับเครือข่าย โดยการลด LAN Traffic ที่วิ่ง ผ่าน Switch Trunk Link ซึ่ง LAN Traffic ในที่นี้หมายถึง ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ VLAN (รูปที่ 15)

img15

รูปที่ 15 แสดงการใช้ VTP Pruning (ซ้าย) และไม่ได้ใช้ VTP Pruning (ขวา)

VTP PRUNING จะทำหน้าที่ Filter Network Traffic เช่น Broadcast, Multicast และ Unicast บน Trunk Link ที่เชื่อมต่อที่ประกอบด้วย พอร์ตที่ไม่มี VLAN หมายความว่า VTP Pruning จะช่วยป้องันมิให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ VLAN วิ่งไปยัง Switches Hub ใดที่ไม่ได้ติดตั้ง VLAN นั้นอยู่

เมื่อ VTP Pruning ถูก Enable บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ข่าวสารจะถูกแพร่กระจายไปที่ไคลเอนต์ทั้งหมด รวมทั้ง สวิตซ์ที่ถูก Configure เป็น Server mode ใน VTP Management Domain

img16

รูปที่ 16 แสดงการส่งต่อของข่าวสารเกี่ยวกับ VLAN ภายใต้ VTP

จากรูปที่ 16

1. Switch A รับเอา Broadcast จากพอร์ตVLAN 20

2. Switch A จะ ส่งข้อมูลข่าวสารในรูปแบบ Broadcast เกี่ยวกับ VLAN 20 ออกไปยัง Trunk Port ทั้งหมดในกรณีนี้ Trunk Port ก็คือ สายสัญญาณเชื่อมต่อไปที่ Switch B

3. Switch B จะทำอย่างเดียวกับ Switch A คือ Forward Broadcast ออกไปที่ VLAN 20 ของ Switches B รวมทั้ง Trunk port ที่เชื่อมต่อกับ Switches C

4. Switch C จะทำซ้ำกระบวนการนี้ เพียงแต่ว่ามันไม่มี VLAN 20 ที่ Port ของมัน ดังนั้นมันจะ Forward หรือส่งต่อ เฟรมข้อมูลไปข้างหน้า ซึ่งก็คือไปที่ Trunk port ทั้งหมด

5. เมื่อ Switch D ได้รับ Broadcast สำหรับ VLAN 20 มันจะ ละทิ้งไป เนื่องจาก Switch D ไม่มี port VLAN 20 หรือ Trunk port อื่นนอกจาก Trunk port ที่มันรับ Broadcast เข้ามา ( จะเห็นว่า Broadcast Traffic ที่วิ่งมาจาก Switch B มายัง C จาก C มายัง D เป็นเรื่องไม่จำเป็น

การใช้ VTP Prunning จะ ทำให้ Switches ทำการกีดกันมิให้มีการ Forward Traffic ที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ออกมา โดยการแลกเปลี่ยนข่าวสาร VLAN ที่ Active อยู่ ก็จะทำให้ Switches จะสามารถล่วงรู้ได้ว่า Traffic ใดเป็นของจำเป็น จากตัวอย่างนี้ VTP Prunning จะป้องกันมิให้ Forward Broadcast ที่ไม่จำเป็นออกมา

แนวทางการจัด VLAN CONFIGURATION

*

ท่านสามารถติดตั้งสูงสุดได้ไม่เกิน 64 VLAN สำหรับ Desk Top Catalyst Switches ทั่วไป เช่น รุ่น 1900
*

รุ่น 1900 ได้รับการจัดตั้ง Default ให้ทุก Port เป็น VLAN1 จากโรงงานที่มีการใช้ CDP และ VTP Advertisement
*

Catalyst 1900 IP Address จะต้องอยู่ใน VLAN 1 Broadcast Domain (หมายความว่า Catalyst 1900 ต้องการมี IP Address เพื่อที่จะสามารถใช้ Telnet เข้ามา บริหารจัดการ ภายในได้ โดย IP Address นี้จะต้องอยู่ใน VLAN1 โดย Default)
*

นอกจาก Telnet แล้ว ยังสามารถใช้ Visual Switch Manager (VSM) โดยทำงาน บน HTTP Browser เพื่อ Configured Switch
*

ก่อนที่จะเริ่มสร้าง VLAN Switch จะต้องอยู่ที่ VTP Server Mode หรือ VTP Transparent Mode หากท่านต้องการจะให้ข่าวสาร VLAN วิ่งไปยัง Switch อื่น ใน Domain ให้ใช้ Server Mode หากต้องการเพียง Add, VLAN เข้าไปที่ Local Switch ให้ใช้ Transparent Mode

ขั้นตอนการจัด Configuration Mode

1. ก่อนจะสร้าง VLAN ท่านจะต้องตัดสินใจว่าจะให้ใช้ VTP เพื่อดูแลรักษา Global VLAN Configuration Information บน Network หรือไม่?

2. ถ้าต้องการให้ VLAN กระจายไปตาม Switch Hub ต่างๆ ด้วย Single Link ท่านจะต้อง Configured Fast Ethernet Trunk เพื่อ Interconnect ระหว่าง Switch

3. โดยค่า Default แล้ว Switch ปกติจะถูกจัดเป็น Server Mode อยู่แล้ว ดังนั้นสามารถเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงหรือลง VLAN ได้เลย แต่หาก Switch นั้นถูกตั้งเป็น Client Mode, VLAN จะไม่สามารถถูกเพิ่ม, เปลี่ยนแปลงหรือลบทิ้ง

4. ความเป็นสมาชิกของ VLAN บน Switch Port จะถูกกำหนดได้แบบ Manual แบบที่จะ Port เท่านั้น เมื่อท่านกำหนด Switch Port ให้กับ VLAN แ

แนวทางการจัด VTP Configuration

*

VTP domain name : กำหนดชื่อของ VTP Domain
*

VTP mode: Server
*

VTP password : None (Option)
*

VTP pruning : Disabled
*

VTP trap : Enabled

Domain Name สามารถถูกกำหนดโดย Administrator หรือเรียนรู้เองจาก Trunk Line ที่ถูกจัด Configured ไว้แล้ว จาก Server ที่ได้มีการจัดตั้งชื่อ Domain ไว้แล้ว โดย Default แล้ว Domain Name ไม่ถูกจัดตั้งและโดย Default : Switch จะถูก Set เป็น VTP Server Mode

*

ท่านสามารถให้ password แก่ VTP Management Domain โดยพาสเวิร์ดที่ใส่เข้าไปจะต้องเหมือนกันกับสวิตซ์ทั้งหมดภายใน Domain หากท่าน Configured VTP password, VTP จะทำงานไม่ปกติจนกว่าท่านจะได้กำหนดชื่อ password เดียวกันไปที่สวิตซ์ภายใน Domain
*

VTP pruning เป็น Parameter หนึ่งของ VLAN ที่จะได้รับการ Advertised โดย VTP Protocol การ Enable หรือ Disable Pruning บน VTP Server จะมีการแพร่ ออกไปทั่วทั้ง Domain การ Enable หรือ Disable VTP Pruning บน VTP Server จะมีผลกระทบต่อ Management Domain ทั่วทั้งหมด
*

VTP Trap จะถูก Enable โดย Default ซึ่งจะทำให้ SNMP Message ถูกสร้างขึ้นทุกครั้งที่มีการส่ง VTP Message ใหม่ๆ

Categories: Cisco Tags:

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนอุปกรณ์ Cisco Devices Icon

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนอุปกรณ์ Cisco Devices Icon

Cisco Devices Icon

บทความนี้จะแนะนำถึงสัญลักษณ์ต่างๆที่ใช้ในการแทนอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายของ Cisco ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานในการศึกษาระบบเครือข่ายหรืออุปกรณ์ของ Cisco ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาระบบเครือข่ายหรือกำลังเตรียมตัวสอบ Certificate Cisco

cisco01

Categories: General

พื้นฐานการ Config Cisco

พื้นฐานการ Config Cisco

ในบทความนี้จะแนะนำคำสั่งพื้นฐานที่ใช้ในการ Config อุปกรณ์ของ Cisco ว่ามีรูปแบบ โครงสร้าง หรือลักษณะการใช้งานคำสั่งอย่างไร ความแตกต่างในการเข้าใช้งานของแต่ละโหมด

โหมดในการเข้าใช้งานหรือ Config จะมีอยู่ 2 โหมดหลักๆคือ 1. User EXEC Mode หรือเรียกสั้นๆว่า User Mode 2. Privileged EXEC Mode หรือเรียกได้อีกอย่างว่า enable mode

EXEC Mode   สัญลักษณ์   การเข้าใช้งาน
User NIS> ทำได้เพียงเช็คสถานะการทำงานต่างๆของอุปกรณ์
Privileged NIS# สามารถเข้าถึงในส่วนของการ Configuration ได้

ตัวอย่างการใช้คำสั่งในการเข้าถึงโหมดต่าง

Router> enable  –> ใช้คำสั่ง enable เพื่อทำการเข้าสู่ Privileged EXEC Mode

Router#  –> สัญลักษณ์จะเปลี่ยนเป็นเครื่องหมาย #

Router#configure terminal  –> ใช้คำสั่ง configure terminal เพื่อเข้าสู่ Global Configuration Mode

Router(config)#  –> เข้าสู่ Configuration Mode ซึ่งจะสามารถทำการ Config ค่าต่างๆให้กับตัวอุปกรณ์ได้

Router(config)#exit  –> ใช้คำสั่ง exit เพื่อออกจาก Configuration Mode หรือใช้คำสั่ง end เพื่อเข้าสู้ Privileged Mode

ในการที่จะเริ่ม Config ค่าต่างๆให้กับตัวอุปกรณ์ จะต้องเข้าสู่ Configuration Mode ก่อนเสมอถึงจะทำการ Config ได้และในการ Config ค่าใดๆจะต้องอยู่ในส่วนของ View นั้นๆก่อนเช่น ต้องการใส่หมายเลข IP Address ให้กับ Interface Port fastEthernet 0/1 ในการ Config ก็จะต้องเข้าสู้ View ของ Interface Port fastEthernet 0/1 ก่อนถึงจะใส่หมายเลข IP Address ได้

ตัวอย่างการใช้คำสั่งใส่หมายเลข IP Address ให้กับ Interface Port Ethernet 0/1

Router>enable

Router#conf t  –> สามารถใช้คำสั่งอย่างย่อ conf t แทนคำสั่ง configure terminal

Router(config)#interface fastEthernet 0/1  –>เข้าสู่ Interface fastEthernet 0/1

Router(config-if)#ip address 192.168.1.1 255.255.255.0  –> ใส่หมายเลข IP Address ให้ Interface fastEthernet 0/1

Router(config-if)#end  –> ใช้คำสั่ง end เพื่อเข้าสู่ Privileged

Router#  –> Privileged Mode

Categories: Cisco, General Tags:
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.